“ภาวะหมดไฟ” มีอะไรมากกว่านั้น

คุณคงมักจะได้ยินคนพูดบ่นบ่อยๆว่า “เค้ากำลังจะหมดไฟ” หรือแม้แต่คนรอบข้างที่เห็นคุณทำงานหนัก พวกเค้าอาจจะบอกกับคุณว่า “ทำงานหหนักไประวังหมดไฟเร็วนะ”…
.
…ฝรั่งจะมีวลีนี้อยู่คือ “Burning the candle at both ends.” หรือประมาณว่า “ไฟไหม้เทียนจนหมดแท่ง”…
.
…ซึ่งวลีนี้แท่งเทียนจะหมายถึงชีวิตของคุณ และภาวะไฟไหม้เทียนจนหมดแท่งก็เปรียบเสมือนคุณทำงานหนักเกินไป จนไฟดับลง ณ จุที่ไม่เหลือแท่งเทียนอีกแล้ว…
.
…แต่ในความเป็นจริง ผมอยากให้คุณคิดแบบนี้ว่า จริงๆแล้วคนที่หมดไฟเค้าไม่ได้หมดไฟหรอกครับ เค้าแค่สูญเสียเป้าหมายของตัวเองไป และเมื่อพวกเค้าสูญเสียเป้าหมาย เค้าก็สูญเสียพลังในชีวิต จนกลายมาเป็นสาเหตุของ “ภาวะหมดไฟ”…
.
…สิ่งแรกที่คุณต้องคิดเลยคือ “ชีวิตไม่ใช่เทียนไข” และการจุดไฟในตัวเองต้องมาจากแรงปราถณาในการใช้ชีวิตไปสู่เป้าหมาย…
.
…และแน่นอนทุกอย่างไม่เคยราบรื่น เพียงแต่คุณต้องโฟกัสที่เป้าหมายไว้เท่านั้น เพราะคนส่วนใหญ่มักถอดใจกับอุปสรรค์ที่ต้องพบเจอ…
.
…”เป้าหมาย” คือเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนชีวิตของคุณ เพราะฉะนั้นหากคุณเจอคนที่อยู่ใน “ภาวะหมดไฟ” มาพูดอะไรสักอย่างกับคุณ จงบอกกับเค้าไปว่าพวกเค้าไม่ได้หมดไฟ พวกเค้าแค่สูญเสีย “เป้าหมาย” ของตัวเองและคุณเองต้องไม่เป็นแบบนั้น…
.
…ถ้าคุณเข้าใจแล้วว่าชีวิตไม่ใช่เทียนไข คุณจะเลี่ยงกับ “ภาวะหมดไฟ” ได้อย่างไร?…
.
…คำตอบก็คือสิ่งที่ผมบอกคุณไปแล้วก่อนหน้านี้ นั่นคือต้องโฟกัสที่เป้าหมายและสนุกกับการเดินทางเท่านั้น ทุกครั้งที่คุณก้าวข้ามอุปสรรค์ภายนอกและภายในใจ นั่นคือคุณกำลังเข้าใกล้เป้าหมาย จงอย่าหยุด…
.
…ดังนั้น ชีวิตคุณเหมือนกับถังน้ำมัน 1000ลิตรหรือมากกว่านั้น ใช้มันให้หมดในทุกจังหวะของชีวิต ไม่ต้องกลัวหมด หมดแล้วก็เติมใหม่ หมดแล้วก็เติมใหม่ด้วยเป้าหมายของคุณ ด้วยปลายทางที่คุณวาดฝันไว้ ด้วยความภูมิใจในการก้าวข้ามอุปสรรค์ต่างๆมาได้ ด้วยความสนุกสนานที่พบเจอได้ในชีวิต ซึ่งหากคุณทำแบบนี้ได้คุณจะไม่มีทางเจอกับ “ภาวะหมดไฟ” แน่นอนครับ…
.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *